แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระพุทธศาสนา แสดงบทความทั้งหมด

Hill of the Buddha :หุบเขาแห่งพุทธะ ที่ญี่ปุ่น ศิลปะทางพระพุทธศาสนาที่เหนือกาลเวลา แต่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งพุทธะ


Hill of the Buddha : หุบเขาแห่งพุทธะ ที่ญี่ปุ่น
ศิลปะทางพระพุทธศาสนาที่เหนือกาลเวลา 
แต่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งพุทธะ 

     โพสที่แล้วผมพาไปรู้จักกับวัดที่สิงคโปร์มาแล้ว กับการออกแบบที่ล้ำสุดๆ จนต้องบอกว่าลืม ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และศิลปะแบบไทยไปได้เลย

     คราวนี้มารู้จักวัด อีกแห่งหนึ่งจริงก็ไม่เชิงว่าวัด แต่ขอเรียกว่าพุทธศาสถาน แล้วกันครับ ที่ผมชอบมากๆ อีกแห่ง ความแปลกไม่ใช่การออกแบบสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่เป็นการใช้ภูมิทัศน์ หรือแลนด์สเคป มาเป็นกรอบความคิดหลักในโครงการ เพื่อจัดระเบียบสภาพแวดล้อม โดยรอบ 

     Hill of the Buddha เป็นศาสนสถาน ที่ตั้งอยู่ใน สุสาน Makomanai Takino ในเมืองซับโปโร ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น เปิดตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2015 

     ออกแบบโดย นาย Ando Tadao สถาปนิกที่มีชื่อเสียงระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่นและของโลก 


     จุดมุ่งหมายของโครงการนี้ก็คือการสร้างสถานที่สวดภาวนา โดยมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ นามว่า Atama Daibutsu ความสูง 13.5 เมตรและมีน้ำหนัก1500 ตัน เป็นจุดศูนย์กลาง โดยองค์พระนี้สร้างก่อนหน้าเมื่อ 15 ปีที่แล้ว 

     การออกแบบเนินเขาเล็กๆ ครอบคลุมพระพุทธรูป จะมองเห็นเพียงเศียรองค์พระเท่านั้นจากภายนอก เป็นแนวคิดที่ค่อนข้างแปลกใหม่ไม่เหมือนใครจริงๆ เพราะปกติ เราก็จะเห็นเอาองค์พระตั้งไว้บนเนินเขาแบบที่เราเห็นในประเทศไทยหรือหลายๆประเทศ หรือไม่ก็สร้างอาคารขนาดใหญ่ครอบไปเลย 

     ความตั้งใจในการออกแบบ คือการสร้างลำดับความสำคัญของพื้นที่ที่มีชีวิตชีวาโดยเริ่มจากการเดินผ่านอุโมงค์ยาวเพื่อเพิ่มความคาดหมายของรูปปั้นซึ่งมองไม่เห็นจากภายนอก เมื่อถึงห้องโถงผู้เข้าชมจะขึ้นไปมองพระพุทธรูปซึ่งมีศีรษะล้อมรอบด้วยรัศมีของท้องฟ้าที่ปลายอุโมงค์ เหมือนกับ ฉัพพรรณรังสี ของพระพุทธเจ้า ที่มีหลายเฉดสี 

     อันนี้เหมือนปริศนาธรรมที่คนออกแบบแฝงไว้ โดยให้ผู้คนเดินผ่านทุ่งลาเวนเดอร์สวยงาม ผ่านเข้าในอุโมงค์ ซึ่งจะค่อยๆเผยให้เห็นองค์พระ ทีละหน่อย จนถึงโถงใหญ่ จึงจะพบกับองค์พระเต็มองค์ 

     ความพิเศษอีกอย่างของที่นี่คือ เนินเขาถูกปลูกด้วย ลาเวนเดอร์กว่า 150,000 ต้น ที่จะเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ตามภาพที่เราเห็นนั่นเองครับ 


     เห็นข้อมูลแล้วเป็นยังไง บ้างครับ กับงานออกแบบทางพระพุทธศาสนา ที่เปี่ยมไปด้วยแนวคิด จิตวิญญาณ และความเรียบง่ายแบบญี่ปุ่น จนทำให้เราอาจจะลืม งานออกแบบในบ้านเราไปเลยก็ได้ 
     ผมไม่เคยบอกว่าศิลปะ แบบไทยไม่ดีนะครับ ศิลปะแบบไทย เรียกว่าเป็นศิลปะที่ผู้คนทั่วโลกยกย่อง แต่ผมไม่อยากให้คนไทย เอาความภูมิใจเหล่านี้ เป็นตัดสินงานออกแบบอื่นๆ ที่เราไม่คุ้นตาก็เพียงเท่านั้น ครับ เพราะอย่างที่เคยบอกไว้ เมื่อโพสที่แล้วว่า “ศิลปะทางพระพุทธศาสนาของไทย ไม่ใช่ ทั้งหมดของพระพุทธศาสนาโลก” 
ในบริเวณเดียวกันมีทั้งโมอายและสโตนเฮนจ์อีกด้วย



Cr. facebook A.Diary https://www.facebook.com/ADiary-593717457501365/
แหล่งข้อมูล 
http://takinoreien.com/?page_id=168 
https://www.vitra.com/en-cz/magazine/details/the-hill-of-the-buddha 
http://www.fubiz.net/en/2017/07/25/hill-of-buddha-by-tadao-ando-2/ 
http://www.spoon-tamago.com/2016/10/20/a-spoon-tamago-guide-to-hokkaido/ 


ประวัติการสร้างเจดีย์ในพระพุทธศาสนา ตอนที่ 3 เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ๘ แห่ง

ประวัติการสร้างเจดีย์ในพระพุทธศาสนา ตอนที่ 3
เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ๘ แห่ง

พระสถูปเจดีย์ของพระโคดมพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย

        กษัตริย์ในแคว้นต่าง ๆ ได้ทราบข่าวการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ต่างส่งทูตไปที่กรุงกุสินาราแคว้นมัลละ เพื่อขอส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เมื่อถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระเสร็จแล้ว ทูตจากเมืองต่าง ๆ ยินยอมพร้อมใจกันให้โทณพราหมณ์ได้ทำหน้าที่ประสานสัมพันธ์ แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ โทณพราหมณ์กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ขอจงฟังคำข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว พระพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย
ตรัสสรรเสริญขันความ(ความอดทน) การที่เราจะแตกสามัคคีกันเพราะส่วนแบ่ง
แห่งพระบรมสารีริกธาตุนี้ไม่ดีเลย ขอให้เราทั้งหลายยินยอมพร้อมกันแบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น ๘ ส่วน ขอพระสถูปจงแพร่หลายในทิศทั้งหลาย 
คนที่เลื่อมใสพระพุทธเจ้ามีอยู่เป็นจำนวนมาก

        ต่อจากนั้นก็ได้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุกัน ทูตจากเมืองต่าง ๆ ได้พระบรมสารีริกธาตุคนละ ๒ ทะนาน นำไปยังเมืองของตน ทำการเฉลิมฉลองบูชาสักการะ เปิดโอกาสให้พุทธศาสานิกชนได้กราบไหว้บูชากัน ต่อจากนั้นได้สร้างสถูป (เจดีย์) เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้เป็นที่บูชาสักการะในกาลสืบไป ดังนี้

(๑) พระเจ้าอชาตศัตรูแห่งแคว้นมคธ ได้กระทำสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในกรุงราชคฤห์

สถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในกรุงราชคฤห์
(๒) กษัตริย์ลิจฉวีแห่งแคว้นวัชชี ได้กระทำสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในกรุงเวสาลี

สถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในกรุงเวสาลี
(๓) กษัตริย์ศากยะแห่งแคว้นสักกะ ได้กระทำสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในกรุงกบิลพัสดุ์

สถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในกรุงกบิลพัสดุ์
(๔) กษัตริย์ถูลีแห่งอัลลกัปปะ ได้กระทำสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในเมืองอัลลกัปปะ

สถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในเมืองอัลลกัปปะ
(๕) กษัตริย์โกลิยะแห่งรามคาม ได้กระทำสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในเมืองรามคาม

สถูป ในเมืองรามคาม
(๖) เจ้าผู้ครองนครแห่งเวฏฐทีปกะ ได้กระทำสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในเมืองเวฏฐทีปกะ

(๗) กษัตริย์มัลละแห่งแคว้นมัลละฝ่ายเหนือ ได้กระทำสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้
ในเมืองกุสินารา
        สถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในเมืองกุสินารา
(๘) กษัตริย์มัลละแห่งแคว้นมัลละฝ่ายใต้ ได้กระทำสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในเมืองปาวา

จุนทะสถูป สถูปโบราณที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง
สถานที่เสวยพระกระยาหารมื้อสุดท้ายของพระพุทธเจ้า
         ส่วนโทณพราหมณ์ได้กระทำสถูปบรรจุทะนานที่ใช้ตวงพระบรมสารีริกธาตุแบ่งกันนั้นแหละไว้เป็นที่บูชาสักการะ กษัตริย์แห่งโมริยะ ได้กระทำสถูปบรรจุพระอังคาร(เถ้า)ไว้ในเมืองปิปผลิวัน

สถานที่สันนิษฐานว่าเป็นที่โทณพราหมณ์แจกพระบรมสารีริกธาตุ
แก่เจ้าผู้ครองนครทั้ง 8 ในกุสินารานคร
         เรื่องนี้แสดงให้เห็นความสำคัญของสถูป(เจดีย์) กำเนิดความเป็นมาของสถูปในอินเดีย กล่าวเฉพาะเรื่องพระเจ้าอชาตศัตรูแห่งแคว้นมคธ จัดพิธีฉลองยิ่งใหญ่ตลอดระยะทางตั้งแต่กรุงกุสินาราถึงราชคฤห์เลยทีเดียว นับเป็นระยะทาง ๒๕ โยชน์ พระองค์ได้ทรงสร้างสถูปพระบรมสารีริกธาตุไว้อย่างดี เรื่องนี้น่าศึกษามิใช่น้อย ตำนานบอกว่า พระมหากัสสปเถระได้ถวายคำแนะนำแก่พระเจ้าอชาตศัตรูให้ดำเนินการรวบรวมพระบรมสารีริกธาตุอีก ๗ ส่วนที่ได้แจกจ่ายไปตามเมืองต่าง ๆ นั้นมารวมบรรจุไว้ในกรุงราชคฤห์ เพื่อป้องกันอันตรายอันอาจจะเกิดขึ้น โดยพระมหากัสสปเถระรับภาระที่จะรวบรวมเอง
        จากนั้น พระเถระก็ได้ดำเนินการรวบรวมพระบรมสารีริกธาตุจากราชตระกูลทั้ง ๗ มาประดิษฐานไว้ในทิศตะวันออก และทิศใต้ของกรุงราชคฤห์ โดยพระเถระเล็งเห็นว่า ในอนาคต คนทั้งหลายจักเก็บพระบรมธาตุเหล่านี้ไว้ในมหาเจดีย์ในมหาวิหารลังกา ๒ พระราชารับสั่งให้สร้างสถูปไว้ ๘ องค์ ใส่พระบรมสารีริกธาตุไว้ผอบจันทน์เหลือง ๘ ใบ พระมหากัสสปเถระอธิษฐานว่า “พวงมาลัยอย่าเหี่ยว กลิ่นหอมอย่าหายไป ประทีปอย่าไหม้” แล้วให้จารึกไว้ที่แผ่นทองว่า “แม้ในอนาคต ครั้งพระกุมารพระนามว่าอโศกจักเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระเจ้าอโศกมหาราช ท้าวเธอจักทรงกระทำพระบรมสารีริกธาตุเหล่านี้ให้แพร่หลายไป ดังนี้”

ประเภทของเจดีย์


      สถูปเจดีย์นั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประเภทหนึ่งในหลายประเภท ที่คนอินเดียโบราณนิยมสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อยู่ในเชื้อชาติเดียวกันกับพระพุทธเจ้า (ศากยะ) ซึ่งพบว่า เมื่อญาติเสียชีวิตจะนิยมเผาศพและเก็บกระดูกไว้บูชา โดยสร้างสถานที่เก็บเอาไว้ (หากมีขนาดใหญ่โตก็เรียกว่าสถูป) เพื่อให้ผู้คนได้สักการบูชาระลึกถึงผู้ตาย ซึ่งเป็นรูปแบบของสิ่งก่อสร้างที่สัมพันธ์กับการฝังศพ โดยเฉพาะการฝังอัฐิธาตุซึ่งได้มีการใช้มาแล้วก่อนสมัยพุทธกาล
    สถูปกับเจดีย์มีความหมายไม่เหมือนกันในที่นี้ กล่าวคือ สถูปจะมีความหมายที่ใช้เฉพาะสิ่งก่อสร้างในทางสถาปัตยกรรม
    ส่วนเจดีย์จะกินความหมายกว้างกว่า มีนัยกว้างขวางครอบคลุมสิ่งที่ควรเคารพ นับถือ บูชาหลายอย่างดังที่กล่าวแล้ว  คือหมายถึงสิ่งก่อสร้างในทางสถาปัตยกรรม และมีความหมายรวมถึงวัตถุสิ่งของต่างๆ ที่ควรแก่การสักการบูชา เช่น พระพุทธรูป วิหาร พระไตรปิฎก ฯลฯ
   โดยสรุปมี ๔ ประเภท

๑. ธาตุเจดีย์ สิ่งก่อสร้างที่บรรจุพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า พระเจ้าจักรพรรดิ
๒. บริโภคเจดีย์ สังเวชนียสถาน อันเป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า เช่น สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน หรือที่เรียกว่าสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
๓. ธรรมเจดีย์ ข้อความที่ว่าด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นคำ ประโยคทั้งที่เป็นร้อยแก้วและร้อยกรอง คัมภีร์พระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา อนุฎีกา
๔. อุทเทสิกเจดีย์ สิ่งของที่สร้างขึ้นอุทิศพระพุทธเจ้า เป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระพุทธเจ้า ไม่กำหนดว่าจะเป็นอะไร เช่น พระแทนวัชรอาสน์ที่เจดีย์ศรีมหาโพธิพุทธคยา พระพุทธรูป

      โดยนัยนี้จะเห็นว่า “เจดีย์” มีความหมายกว้างครอบคลุมสิ่งที่ควรบูชาสักการะทุกอย่าง ไม่ได้หมายถึงสถูปอย่างเดียว เจดีย์ที่มีความหมายเดียวกันกับ “สถูป” คือ ธาตุเจดีย์ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระบรมธาตุ หรืออัฏฐิธาตุ
     

 อ้างอิงข้อมูลจาก : พระมหาสมจินต์ สมมาปญโญ (2547) http://goo.gl/KbOhUP; https://goo.gl/NNfVw3;
นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 166 ตุลาคม 2557
http://www.manager.co.th/Dhamma/ViewNews.aspx?NewsID=9570000113440